หลังการรักษา
คำแนะนำหลังการรักษา
กลับถึงบ้านแล้วนึกไม่ออกว่าหมอสั่งอะไรไว้ เปิดหน้านี้ได้เลยค่ะ เป็นใบคำแนะนำชุดเดียวกับที่คลินิกให้ติดมือกลับบ้าน ดาวน์โหลดเก็บไว้ในโทรศัพท์ได้ด้วย
หลังถอนฟัน และผ่าฟันคุด
วันแรกคือวันที่สำคัญที่สุดค่ะ ลิ่มเลือดที่แผลคือสิ่งที่ทำให้แผลหาย ถ้าลิ่มเลือดหลุดแผลจะหายช้าและปวดมากขึ้น คำแนะนำข้างล่างนี้ส่วนใหญ่มีไว้เพื่อไม่ให้ลิ่มเลือดหลุดค่ะ
- กัดผ้าก๊อซนาน 1–2 ชั่วโมง กลืนน้ำลายตามปกติครบ 2 ชั่วโมงแล้วคายผ้าก๊อซออก ถ้ายังมีเลือดซึมจากแผล ให้ใช้ผ้าก๊อซที่สะอาดกัดใหม่อีกประมาณ 1 ชั่วโมง
- ประคบน้ำแข็งที่แก้มข้างที่ทำ 24–48 ชั่วโมงประคบจากภายนอกบริเวณแก้มข้างที่ถอนหรือผ่าฟัน ช่วยลดบวม
- รับประทานอาหารอ่อน ๆ3 วันแรก หลังทานอาหารให้บ้วนน้ำเบา ๆ เท่านั้น หลังจากนั้นบ้วนน้ำได้ตามปกติ
- ทานยาแก้ปวดก่อนยาชาหมดฤทธิ์ทานหลังถอนฟัน 1–2 ชั่วโมง ก่อนที่ยาชาจะหมดฤทธิ์ ปกติจะทนอาการปวดได้ในช่วง 6–12 ชั่วโมงหลังถอนฟัน
- แปรงฟันทำความสะอาดได้ตามปกติ
- ตัดไหมหลังถอนฟัน 5–7 วันเฉพาะกรณีที่มีการเย็บแผล
- กรณีมีรูทะลุโพรงอากาศ (ทะลุไซนัส)งดการบ้วนน้ำรุนแรง · เวลาไอหรือจามให้อ้าปากกว้างเพื่อลดแรงดัน · งดสั่งน้ำมูก ให้ซับ ๆ เท่านั้น · งดว่ายน้ำ 2 เดือน
- มีปัญหาหรือผลแทรกซ้อน โทรนัดหมายกลับมาตรวจไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด โทรเข้ามาได้เลยค่ะ
ข้อห้าม — ข้อเหล่านี้อาจทำให้เลือดไหลไม่หยุด
- ห้ามดูดแผล หรือเอานิ้วและวัสดุใด ๆ เขี่ยแผล
- ห้ามบ้วนน้ำหรือน้ำลาย ภายใน 1–2 ชั่วโมงหลังการผ่าตัดหรือถอนฟัน
- ห้ามสูบบุหรี่ กินหมาก และดื่มสุรา ภายใน 24 ชั่วโมง
- ห้ามออกกำลังกายภายใน 24 ชั่วโมง · ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงเลือดออก ควรงดออกกำลังกาย 5–7 วันหลังถอนฟัน
- ห้ามใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ หรือบ้วนน้ำแรง ๆ หลังถอนฟัน 3 วัน
หลังรักษารากฟัน
รักษารากฟันมักทำมากกว่าหนึ่งครั้ง ระหว่างที่ยังรักษาไม่เสร็จ ฟันซี่นั้นจะเปราะกว่าปกติ ช่วงนี้จึงต้องระวังมากกว่าปกติค่ะ
- อาการเจ็บหลังรักษา เป็นเรื่องที่พบได้ช่วงแรกมักมีอาการเจ็บตื้อ ๆ และอาจปวดฟันใน 1–7 วันแรก ถ้าปวดหรือบวม ทานยาแก้ปวดหรือยาฆ่าเชื้อตามที่ทันตแพทย์สั่งจะช่วยให้ทุเลาลงได้ ถ้าอาการรุนแรง หรือเจ็บนานกว่านี้ ให้รีบแจ้งทันตแพทย์ที่รักษาค่ะ
- หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหรือกัดอาหารด้วยฟันซี่นั้นฟันที่อยู่ระหว่างเปิดรักษารากฟันจะเปราะบางกว่าฟันปกติมาก การเลี่ยงไว้ก่อนช่วยลดโอกาสที่ฟันจะแตกระหว่างที่ยังรักษาไม่เสร็จ
- ถ้าวัสดุอุดชั่วคราวหลุด ให้รีบเข้ามาฟันที่รักษารากฟันจะมีวัสดุอุดชั่วคราวสีขาวปิดไว้ ถ้าหลุดให้เข้ามาพบทันตแพทย์โดยด่วนเพื่ออุดปิดใหม่
- ทำความสะอาดฟันและช่องปากได้ตามปกติแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติ และต้องหมั่นดูแลให้สะอาดอยู่เสมอ
- มาพบทันตแพทย์ตามนัดทุกครั้งเพื่อรักษารากให้เสร็จ ลดโอกาสการติดเชื้อซ้ำ และเพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปตามที่วางแผนไว้
หลังฝังรากฟันเทียม
รากฟันเทียมต้องรอให้กระดูกยึดกับรากก่อน ช่วงรอนี้เป็นช่วงที่ต้องดูแลแผลอย่างใกล้ชิด เพราะการติดเชื้อในช่วงนี้มีผลกับงานทั้งหมดค่ะ
อาหารหลังผ่าตัด
- เลือกอาหารอ่อน ๆ เช่น ข้าวต้ม ซุป หรือก๋วยเตี๋ยว
- หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่รสจัดหรือร้อนเกินไป
- ทานอาหารอ่อน ๆ ต่อเนื่องในช่วง 6 วันแรก เพื่อเลี่ยงการติดเชื้อและการอักเสบบวมช้ำบริเวณที่ผ่าตัด
- บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นทุกครั้งหลังอาหารทุกมื้อ ผสมเกลือครึ่งช้อนชากับน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว หรือใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสม chlorhexidine ก็ได้
ถ้ามีเลือดซึมหรือไหลหลังผ่าตัด
- ทันตแพทย์จะให้กัดผ้าก๊อซให้เลือดหยุด นานประมาณ 1 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
- กัดผ้าก๊อซเบา ๆ ให้ผ้าก๊อซอยู่กับที่
- เปลี่ยนผ้าก๊อซทุก 30 นาที ถ้ายังมีเลือดไหลซึมอยู่
- เวลาเปลี่ยน ให้ม้วนผ้าก๊อซชิ้นใหม่เป็นก้อนหนาพอที่จะกัด
- เลือดไม่ควรไหลมากเกินไป ถ้าเลือดไหลไม่หยุด กรุณาติดต่อคลินิกทันที
ดูแลอาการบวม
- ประคบเย็นด้วยห่อน้ำแข็งหรือถุงน้ำเย็นทันทีหลังผ่าตัด ประมาณ 30 นาที บนแก้มด้านที่ปลูกรากฟันเทียม
- ประคบประมาณ 30 นาที แล้วหยุดพัก 30 นาที สลับกันไป
- เวลานอน ยกศีรษะให้สูงโดยหนุนหมอนเพิ่มในช่วง 2 คืนแรก
- ไม่ควรอมหรือเคี้ยวน้ำแข็ง
ดูแลอาการปวดระบมบริเวณผ่าตัด
- ยาชาจะหมดฤทธิ์ประมาณ 1–2 ชั่วโมงหลังผ่าตัด ขึ้นอยู่กับประเภทและปริมาณของยาชาที่ได้รับ
- ขณะที่ยาชายังออกฤทธิ์อยู่ ให้ระวัง เพราะอาจกัดกระพุ้งแก้ม ลิ้น และริมฝีปากของตัวเองได้
- ทานยาแก้ปวดตามที่ทันตแพทย์แนะนำ และตามความจำเป็นเท่านั้น
- ถ้าอาการเจ็บปวดไม่ดีขึ้นหรือไม่หายไป กรุณาติดต่อคลินิกทันที
ดูแลแผลเพื่อเลี่ยงการติดเชื้ออักเสบ
- บ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุกครั้งหลังอาหารทุกมื้อ ผสมเกลือครึ่งช้อนชากับน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว หรือใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของ chlorhexidine
- อมน้ำเกลือหรือน้ำยาไว้ในปาก แล้วกลั้วเบา ๆ หรือเอียงศีรษะให้น้ำยาเวียนไปทั่วช่องปาก
- ห้ามกลั้วปากแรงเกินไป
- ทานยาแก้อักเสบตามที่ทันตแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
ช่วงระหว่างรอให้แผลหาย
- มีคราบเลือดติดบริเวณแผลหลังผ่าตัด เป็นเรื่องปกติ
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจกระทบบริเวณผ่าตัด
- ไม่บ้วนปากรุนแรง ไม่ใช้สิ่งแปลกปลอมหรือนิ้วมือแตะหรือเขี่ยบริเวณแผล
- งดสูบบุหรี่และงดใช้หลอดดูดน้ำในช่วง 72 ชั่วโมงหลังผ่าตัด เพราะแรงดูดมีผลต่อการหายของแผล
- ดื่มน้ำหรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวทำความสะอาดได้ แต่ควรเลี่ยงบริเวณแผลผ่าตัด
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากใน 24 ชั่วโมงแรก จะช่วยให้แผลแห้งและลดการไหลซึมของเลือด
- ทาขี้ผึ้งหรือวาสลีนบนริมฝีปากในช่วง 2 วันแรก เพื่อเลี่ยงปัญหาริมฝีปากแห้งหรือแตก
ความสะอาดในช่องปากหลังผ่าตัด
- ทำความสะอาดฟันและช่องปากได้ตามปกติประมาณ 2–3 วันหลังผ่าตัด
- อาการปวดบวมหรือระบมอาจเป็นอุปสรรคในการทำความสะอาด การทำอย่างเบามือแต่ให้ทั่วถึงจึงสำคัญมาก
หลังฟอกสีฟัน
1–2 สัปดาห์แรกหลังฟอกสีฟัน ผิวฟันจะรับสีได้ง่ายกว่าปกติ ช่วงนี้ดูแลดี ๆ สีจะอยู่ได้นานขึ้นมากค่ะ
- ระวังเครื่องดื่มสีเข้มชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำอัดลมที่มีสี น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ฟันกลับมาเหลืองได้ง่าย ถ้าเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้ใช้หลอดดื่ม หรือแปรงฟันทันทีหลังดื่ม
- งดอาหารที่มีสีเข้มซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊ว ช็อกโกแลต และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้แปรงฟันทันทีหลังทาน
- งดสูบบุหรี่ 7 วันแรกคราบนิโคตินติดผิวฟันได้ง่ายมากในช่วงนี้ ถ้างดไม่ได้ ให้แปรงฟันหลังสูบบุหรี่ทุกครั้ง
- 24 ชั่วโมงแรก เลี่ยงยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากที่มีสี
- แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สีที่ฟอกอยู่ได้นาน
- อยากให้ขาวขึ้นอีก หรือคงความขาวไว้นานใช้ชุดฟอกสีฟันที่บ้านช่วยคงสภาพความขาวของฟันไว้ได้
- อาการเสียวฟันหลังฟอก เป็นเรื่องปกติถ้าเสียวฟัน ทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดอาการได้ อาการเสียวจะอยู่ชั่วคราวเท่านั้น และหายได้เองใน 1–2 วัน ถ้ายังเสียวอยู่หรือมีอาการมากขึ้น แนะนำให้พบทันตแพทย์เพื่อตรวจประเมินอีกครั้ง
- ตรวจเช็คสุขภาพฟันทุก 6–12 เดือนตามคำแนะนำของทันตแพทย์
ใบคำแนะนำภาษาอื่น
คลินิกมีใบคำแนะนำหลังถอนฟันเป็นภาษาอังกฤษ รัสเซีย และจีนให้ติดมือกลับบ้านด้วย ส่วนหัวข้ออื่นตอนนี้มีภาษาไทยและอังกฤษ ถ้าต้องการภาษาอื่นบอกเราตอนมาได้เลยค่ะ เราจะปริ้นต์ให้ หรือส่งไฟล์ให้ทางไลน์ก็ได้
หน้านี้เป็นคำแนะนำทั่วไปสำหรับคนไข้ของคลินิก ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ถ้าอาการของคุณไม่ตรงกับที่เขียนไว้ หรือรู้สึกว่าผิดปกติ ให้โทรถามคุณหมอที่รักษาเสมอค่ะ
อยากถามก่อนตัดสินใจ
โทรถามได้ตลอดเวลาทำการ หรือทักไลน์มาก็ได้ นัดเข้ามาให้หมอตรวจก่อน ใช้เวลาราว 20 นาที แล้วค่อยตัดสินใจ
เปิดบริการทุกวัน 10:00–19:00
