หลังการรักษา

คำแนะนำหลังการรักษา

กลับถึงบ้านแล้วนึกไม่ออกว่าหมอสั่งอะไรไว้ เปิดหน้านี้ได้เลยค่ะ เป็นใบคำแนะนำชุดเดียวกับที่คลินิกให้ติดมือกลับบ้าน ดาวน์โหลดเก็บไว้ในโทรศัพท์ได้ด้วย

หลังถอนฟัน และผ่าฟันคุด

วันแรกคือวันที่สำคัญที่สุดค่ะ ลิ่มเลือดที่แผลคือสิ่งที่ทำให้แผลหาย ถ้าลิ่มเลือดหลุดแผลจะหายช้าและปวดมากขึ้น คำแนะนำข้างล่างนี้ส่วนใหญ่มีไว้เพื่อไม่ให้ลิ่มเลือดหลุดค่ะ

  1. กัดผ้าก๊อซนาน 1–2 ชั่วโมง กลืนน้ำลายตามปกติครบ 2 ชั่วโมงแล้วคายผ้าก๊อซออก ถ้ายังมีเลือดซึมจากแผล ให้ใช้ผ้าก๊อซที่สะอาดกัดใหม่อีกประมาณ 1 ชั่วโมง
  2. ประคบน้ำแข็งที่แก้มข้างที่ทำ 24–48 ชั่วโมงประคบจากภายนอกบริเวณแก้มข้างที่ถอนหรือผ่าฟัน ช่วยลดบวม
  3. รับประทานอาหารอ่อน ๆ3 วันแรก หลังทานอาหารให้บ้วนน้ำเบา ๆ เท่านั้น หลังจากนั้นบ้วนน้ำได้ตามปกติ
  4. ทานยาแก้ปวดก่อนยาชาหมดฤทธิ์ทานหลังถอนฟัน 1–2 ชั่วโมง ก่อนที่ยาชาจะหมดฤทธิ์ ปกติจะทนอาการปวดได้ในช่วง 6–12 ชั่วโมงหลังถอนฟัน
  5. แปรงฟันทำความสะอาดได้ตามปกติ
  6. ตัดไหมหลังถอนฟัน 5–7 วันเฉพาะกรณีที่มีการเย็บแผล
  7. กรณีมีรูทะลุโพรงอากาศ (ทะลุไซนัส)งดการบ้วนน้ำรุนแรง · เวลาไอหรือจามให้อ้าปากกว้างเพื่อลดแรงดัน · งดสั่งน้ำมูก ให้ซับ ๆ เท่านั้น · งดว่ายน้ำ 2 เดือน
  8. มีปัญหาหรือผลแทรกซ้อน โทรนัดหมายกลับมาตรวจไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด โทรเข้ามาได้เลยค่ะ

ข้อห้าม — ข้อเหล่านี้อาจทำให้เลือดไหลไม่หยุด

  • ห้ามดูดแผล หรือเอานิ้วและวัสดุใด ๆ เขี่ยแผล
  • ห้ามบ้วนน้ำหรือน้ำลาย ภายใน 1–2 ชั่วโมงหลังการผ่าตัดหรือถอนฟัน
  • ห้ามสูบบุหรี่ กินหมาก และดื่มสุรา ภายใน 24 ชั่วโมง
  • ห้ามออกกำลังกายภายใน 24 ชั่วโมง · ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงเลือดออก ควรงดออกกำลังกาย 5–7 วันหลังถอนฟัน
  • ห้ามใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ หรือบ้วนน้ำแรง ๆ หลังถอนฟัน 3 วัน

หลังรักษารากฟัน

รักษารากฟันมักทำมากกว่าหนึ่งครั้ง ระหว่างที่ยังรักษาไม่เสร็จ ฟันซี่นั้นจะเปราะกว่าปกติ ช่วงนี้จึงต้องระวังมากกว่าปกติค่ะ

  1. อาการเจ็บหลังรักษา เป็นเรื่องที่พบได้ช่วงแรกมักมีอาการเจ็บตื้อ ๆ และอาจปวดฟันใน 1–7 วันแรก ถ้าปวดหรือบวม ทานยาแก้ปวดหรือยาฆ่าเชื้อตามที่ทันตแพทย์สั่งจะช่วยให้ทุเลาลงได้ ถ้าอาการรุนแรง หรือเจ็บนานกว่านี้ ให้รีบแจ้งทันตแพทย์ที่รักษาค่ะ
  2. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหรือกัดอาหารด้วยฟันซี่นั้นฟันที่อยู่ระหว่างเปิดรักษารากฟันจะเปราะบางกว่าฟันปกติมาก การเลี่ยงไว้ก่อนช่วยลดโอกาสที่ฟันจะแตกระหว่างที่ยังรักษาไม่เสร็จ
  3. ถ้าวัสดุอุดชั่วคราวหลุด ให้รีบเข้ามาฟันที่รักษารากฟันจะมีวัสดุอุดชั่วคราวสีขาวปิดไว้ ถ้าหลุดให้เข้ามาพบทันตแพทย์โดยด่วนเพื่ออุดปิดใหม่
  4. ทำความสะอาดฟันและช่องปากได้ตามปกติแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติ และต้องหมั่นดูแลให้สะอาดอยู่เสมอ
  5. มาพบทันตแพทย์ตามนัดทุกครั้งเพื่อรักษารากให้เสร็จ ลดโอกาสการติดเชื้อซ้ำ และเพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปตามที่วางแผนไว้

หลังฝังรากฟันเทียม

รากฟันเทียมต้องรอให้กระดูกยึดกับรากก่อน ช่วงรอนี้เป็นช่วงที่ต้องดูแลแผลอย่างใกล้ชิด เพราะการติดเชื้อในช่วงนี้มีผลกับงานทั้งหมดค่ะ

อาหารหลังผ่าตัด

  • เลือกอาหารอ่อน ๆ เช่น ข้าวต้ม ซุป หรือก๋วยเตี๋ยว
  • หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่รสจัดหรือร้อนเกินไป
  • ทานอาหารอ่อน ๆ ต่อเนื่องในช่วง 6 วันแรก เพื่อเลี่ยงการติดเชื้อและการอักเสบบวมช้ำบริเวณที่ผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นทุกครั้งหลังอาหารทุกมื้อ ผสมเกลือครึ่งช้อนชากับน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว หรือใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสม chlorhexidine ก็ได้

ถ้ามีเลือดซึมหรือไหลหลังผ่าตัด

  • ทันตแพทย์จะให้กัดผ้าก๊อซให้เลือดหยุด นานประมาณ 1 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
  • กัดผ้าก๊อซเบา ๆ ให้ผ้าก๊อซอยู่กับที่
  • เปลี่ยนผ้าก๊อซทุก 30 นาที ถ้ายังมีเลือดไหลซึมอยู่
  • เวลาเปลี่ยน ให้ม้วนผ้าก๊อซชิ้นใหม่เป็นก้อนหนาพอที่จะกัด
  • เลือดไม่ควรไหลมากเกินไป ถ้าเลือดไหลไม่หยุด กรุณาติดต่อคลินิกทันที

ดูแลอาการบวม

  • ประคบเย็นด้วยห่อน้ำแข็งหรือถุงน้ำเย็นทันทีหลังผ่าตัด ประมาณ 30 นาที บนแก้มด้านที่ปลูกรากฟันเทียม
  • ประคบประมาณ 30 นาที แล้วหยุดพัก 30 นาที สลับกันไป
  • เวลานอน ยกศีรษะให้สูงโดยหนุนหมอนเพิ่มในช่วง 2 คืนแรก
  • ไม่ควรอมหรือเคี้ยวน้ำแข็ง

ดูแลอาการปวดระบมบริเวณผ่าตัด

  • ยาชาจะหมดฤทธิ์ประมาณ 1–2 ชั่วโมงหลังผ่าตัด ขึ้นอยู่กับประเภทและปริมาณของยาชาที่ได้รับ
  • ขณะที่ยาชายังออกฤทธิ์อยู่ ให้ระวัง เพราะอาจกัดกระพุ้งแก้ม ลิ้น และริมฝีปากของตัวเองได้
  • ทานยาแก้ปวดตามที่ทันตแพทย์แนะนำ และตามความจำเป็นเท่านั้น
  • ถ้าอาการเจ็บปวดไม่ดีขึ้นหรือไม่หายไป กรุณาติดต่อคลินิกทันที

ดูแลแผลเพื่อเลี่ยงการติดเชื้ออักเสบ

  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุกครั้งหลังอาหารทุกมื้อ ผสมเกลือครึ่งช้อนชากับน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว หรือใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของ chlorhexidine
  • อมน้ำเกลือหรือน้ำยาไว้ในปาก แล้วกลั้วเบา ๆ หรือเอียงศีรษะให้น้ำยาเวียนไปทั่วช่องปาก
  • ห้ามกลั้วปากแรงเกินไป
  • ทานยาแก้อักเสบตามที่ทันตแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

ช่วงระหว่างรอให้แผลหาย

  • มีคราบเลือดติดบริเวณแผลหลังผ่าตัด เป็นเรื่องปกติ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจกระทบบริเวณผ่าตัด
  • ไม่บ้วนปากรุนแรง ไม่ใช้สิ่งแปลกปลอมหรือนิ้วมือแตะหรือเขี่ยบริเวณแผล
  • งดสูบบุหรี่และงดใช้หลอดดูดน้ำในช่วง 72 ชั่วโมงหลังผ่าตัด เพราะแรงดูดมีผลต่อการหายของแผล
  • ดื่มน้ำหรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวทำความสะอาดได้ แต่ควรเลี่ยงบริเวณแผลผ่าตัด
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากใน 24 ชั่วโมงแรก จะช่วยให้แผลแห้งและลดการไหลซึมของเลือด
  • ทาขี้ผึ้งหรือวาสลีนบนริมฝีปากในช่วง 2 วันแรก เพื่อเลี่ยงปัญหาริมฝีปากแห้งหรือแตก

ความสะอาดในช่องปากหลังผ่าตัด

  • ทำความสะอาดฟันและช่องปากได้ตามปกติประมาณ 2–3 วันหลังผ่าตัด
  • อาการปวดบวมหรือระบมอาจเป็นอุปสรรคในการทำความสะอาด การทำอย่างเบามือแต่ให้ทั่วถึงจึงสำคัญมาก

หลังฟอกสีฟัน

1–2 สัปดาห์แรกหลังฟอกสีฟัน ผิวฟันจะรับสีได้ง่ายกว่าปกติ ช่วงนี้ดูแลดี ๆ สีจะอยู่ได้นานขึ้นมากค่ะ

  1. ระวังเครื่องดื่มสีเข้มชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำอัดลมที่มีสี น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ฟันกลับมาเหลืองได้ง่าย ถ้าเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้ใช้หลอดดื่ม หรือแปรงฟันทันทีหลังดื่ม
  2. งดอาหารที่มีสีเข้มซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊ว ช็อกโกแลต และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้แปรงฟันทันทีหลังทาน
  3. งดสูบบุหรี่ 7 วันแรกคราบนิโคตินติดผิวฟันได้ง่ายมากในช่วงนี้ ถ้างดไม่ได้ ให้แปรงฟันหลังสูบบุหรี่ทุกครั้ง
  4. 24 ชั่วโมงแรก เลี่ยงยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากที่มีสี
  5. แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สีที่ฟอกอยู่ได้นาน
  6. อยากให้ขาวขึ้นอีก หรือคงความขาวไว้นานใช้ชุดฟอกสีฟันที่บ้านช่วยคงสภาพความขาวของฟันไว้ได้
  7. อาการเสียวฟันหลังฟอก เป็นเรื่องปกติถ้าเสียวฟัน ทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดอาการได้ อาการเสียวจะอยู่ชั่วคราวเท่านั้น และหายได้เองใน 1–2 วัน ถ้ายังเสียวอยู่หรือมีอาการมากขึ้น แนะนำให้พบทันตแพทย์เพื่อตรวจประเมินอีกครั้ง
  8. ตรวจเช็คสุขภาพฟันทุก 6–12 เดือนตามคำแนะนำของทันตแพทย์

ดาวน์โหลดใบคำแนะนำ

ใบคำแนะนำภาษาอื่น

คลินิกมีใบคำแนะนำหลังถอนฟันเป็นภาษาอังกฤษ รัสเซีย และจีนให้ติดมือกลับบ้านด้วย ส่วนหัวข้ออื่นตอนนี้มีภาษาไทยและอังกฤษ ถ้าต้องการภาษาอื่นบอกเราตอนมาได้เลยค่ะ เราจะปริ้นต์ให้ หรือส่งไฟล์ให้ทางไลน์ก็ได้

หน้านี้เป็นคำแนะนำทั่วไปสำหรับคนไข้ของคลินิก ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ถ้าอาการของคุณไม่ตรงกับที่เขียนไว้ หรือรู้สึกว่าผิดปกติ ให้โทรถามคุณหมอที่รักษาเสมอค่ะ

อยากถามก่อนตัดสินใจ

โทรถามได้ตลอดเวลาทำการ หรือทักไลน์มาก็ได้ นัดเข้ามาให้หมอตรวจก่อน ใช้เวลาราว 20 นาที แล้วค่อยตัดสินใจ

เปิดบริการทุกวัน 10:00–19:00